วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เทเบิลเทนนิส

เ ท เ บิ ล เ ท น นิ ส 
ความเป็นมา
          เทเบิลเทนนิสหรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่า ปิงปอง   นั้น  ไม่มีใครทราบว่าใครเป็นผู้คิดขึ้นเป็นคนแรก  และไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าประเทศไทยเราเริ่มเล่นกันมาตั้งแต่เมื่อใด  เพราะมีหลายประเทศที่ล้วนอ้างว่าประเทศของตนเองเป็นผู้ให้กำเนิดกีฬาชนิดนี้เป็นประเทศแรก เช่น อังกฤษ อเมริกา อินเดียแอฟริกาใต้  แต่ส่วนใหญ่ยอมรับว่า อังกฤษ “ เป็นต้นตำรับ  เนื่องจากคนที่เล่นเทเบิลเทนนิสเป็นครั้งแรกทั้งในอินเดียและแอฟริกาใต้ยังยอมรับว่า ได้เห็นทหารอังกฤษที่ประจำการอยู่ในประเทศทั้งสองดังกล่าว เป็นผู้นำเข้ามาเล่นในประเทศของตนก่อน
          อุปกรณ์การเล่นเทเบิลเทนนิสในสมัยเริ่มแรกนั้น  ส่วนใหญ่ใช้วัสดุเท่าที่หาได้มาดัดแปลง ได้แก่  ใช้เส้นด้ายมาม้วนเป็นก้อนกลม ๆ แทนลูกบอล  ใช้โต๊ะกินข้าวหรือโต๊ะทำงานแทนโต๊ะเทเบิลเทนนิส  ใช้หนังสือหรือแผ่นไม้วางขวางกลางโต๊ะใช้แทนตาข่าย  ใช้กระดาษแข็งหรือไม้กระดานแทนไม้ตี  เป็นต้น  กระทั่งราวปี ค.. 1890  ซึ่งในขณะนั้นกีฬาชนิดนี้ก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย  แต่มีผู้นิยมเล่นกันมากขึ้นในประเทศอังกฤษ ช่วงนี้เอง อุปกรณ์การเล่นได้ถูกพัฒนาขึ้นบ้างโดยพ่อค้าหัวใสผลิตอุปกรณ์ออกมาจำหน่าย  แต่อุปกรณ์ในสมัยนั้นไม่เหมือนกับสมัยปัจจุบันนี้  กล่าวคือ  ลูกเทเบิลเทนนิสจะทำด้วยย่างบ้าง   ไม้คอร์กหุ้มยางหรือผ้าอีกชั้นหนึ่งบ้าง  เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกเทเบิลเทนนิสทำความเสียหายแก่ผิวพื้นโต๊ะ และเพื่อให้ลูกเทเบิลเทนนิสหมุนได้ดีขึ้น  ไม้ตีมีลักษณะเป็นด้ามยาว  ส่วนที่ใช้ตีทำภายในกลวงแล้วหุ้มด้วยแผ่นหนัง  ทำให้มีลักษณะคล้ายกลองแบน ๆ  ตาข่ายยังไม่มีมาตรฐานแต่อย่างใด วิธีขึงตาข่ายทำโดยใช้เก้าอี้  2  ตัวเป็นเสายึดตาข่ายข้างละตัวเพื่อขึงตาข่ายข้ามกึ่งกลางโต๊ะ  จนกระทั่งในปี ค.. 1899  ชาวอเมริกันชื่อ  เจมส์  กิบบ์  ได้ประดิษฐ์ลูกเทเบิลเทนนิสขึ้นโดยใช้วัสดุสังเคราะห์ชนิดหนึ่งเรียกว่า   เซลลูลอยด์    ซึ่งต่อมา บริษัทปาร์เกอร์  บราเธอร์ส  จำกัด  ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่า    ปิงปอง  โดยเรียกตามเสียงของลูกเซลลูลอยด์ที่กระทบกับไม้ตีดัง   ปิง    และกระทบกับพื้นโต๊ะดัง   ปอง    นั่นเอง  
          เนื่องจากลูกปิงปองชนิดใหม่นี้มีสัดส่วนเหมาะสมและมีมาตรฐานมากขึ้น  จึงทำให้คนหันมาสนใจเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิสมากขึ้น  มีผู้นิยมเล่นทั้งในอังกฤษ  สหรัฐอเมริกา  และประเทศอื่น ๆ  อีกหลายประเทศ  แต่ไม่นานคนก็เริ่มเบื่อกีฬาชนิดนี้  จนเมื่อ ค.. 1902  ชาวอังกฤษชื่อ  อี  ซี  กู๊ด ได้ประดิษฐ์ไม้ตีเทเบิลเทนนิสที่มียางหุ้มหน้าไม้ขึ้นทำให้สามารถตีลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เขาพิสูจน์ให้เห็นโดยการเข้าร่วมแข่งขันด้วยไม้ชนิดใหม่ที่มียางหุ้มหน้าไม้และเอาชนะแชมป์ปิงปองของประเทศอังกฤษได้  จากนั้นเป็นต้นมากีฬาเทเบิลเทนนิสก็เป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วโลก  เพราะเล่นง่าย  อุปกรณ์มีราคาไม่แพงเกินไป  ตลอดจนสถานที่เล่นก็หาได้ง่ายแทบไม่มีข้อจำกัด   เมื่อกีฬาเทเบิลเทนนิสเป็นที่นิยมทั่วโลกแล้ว  ประเทศต่าง ๆ จึงได้มีการปรับปรุงกติกาและเทคนิคการเล่นเพื่อให้มีความสนุกสนานตื่นเต้นยิ่งขึ้น  เช่น ญี่ปุ่นและจีน ได้คิดวิธีการจับไม้แบบจับปากกาหรือพู่กันขึ้น  ฮังการี  คิดวิธีการส่งลูกแบบกระดอน  เยอรมันได้ปรับปรุงกติกาการเล่นให้รัดกุมยิ่งขึ้น  เป็นต้น  นอกจากนี้ ประเทศต่าง ๆ ก็มีการรวมกลุ่มผู้นิยมการเล่นกีฬาชนิดนี้จัดตั้งเป็นชมรมหรือสมาคมขึ้น เช่นประเทศอังกฤษมีการจัดตั้งสมาคมปิงปองขึ้นในปี.. 1921  แล้วได้เปลี่ยนชื่อเป็นสมาคมเทเบิลเทนนิสในปี ค.. 1922   และเมื่อปี ค.. 1926  จึงได้มีการจัดตั้งสภากรรมการเทเบิลเทนนิสโลกขึ้นโดยมีสำนักงานตั้งอยู่ ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน   ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น     สหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ “       
          สำหรับในประเทศไทยเรา  เริ่มเล่นเทเบิลเทนนิสกันตั้งแต่เมื่อใด และใครเป็นผู้นำเข้ามาเผยแพร่นั้น ไม่เป็นที่ปรากฎแต่สันนิษฐานว่าคนไทยรู้จักกีฬาชนิดนี้และเล่นกันมานานแล้ว  จนกระทั่งเมื่อ .. 2500  ก็ได้มีการจัดตั้งสมาคมเทเบิลเทนนิสสมัครเล่นแห่งประเทศไทยขึ้น  ในปัจจุบันนี้ เทเบิลเทนนิสนับเป็นกีฬาที่คนไทยนิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายไม่น้อยหน้าไปกว่ากีฬาชนิดอื่น ๆ  ดังจะเห็นได้ว่ามีการจัดการแข่งขันเทเบิลเทนนิสกันอย่างกว้างขวางในหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน  ตลอดจนในการแข่งขันกีฬาระดับใหญ่ ๆ  ที่สำคัญ เช่นกีฬามหาวิทยาลัย  กีฬาแห่งชาติเป็นต้น  นอกจากนี้กีฬาเทเบิลเทนนิสยังเป็นสื่อในการเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปี พ.. 2515   โดยประเทศไทยนำแบบอย่างการเปิดสัมพันธ์ด้วยกีฬาชนิดนี้มาจากการเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนซึ่งใช้เทเบิลเทนนิสเป็นสื่อเช่นเดียวกัน  และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน  และไทยกับจีนก็ดำเนินด้วยดีตลอดมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
                                                                                                                                                     
ลักษณะการเล่นเทเบิลเทนนิส 
           การเล่นเทเบิลเทนนิสจะประกอบด้วยผู้เล่น  ฝ่าย  แต่ละฝ่ายจะมีจำนวนผู้เล่นเท่า ๆ กัน  ถ้ามีฝ่ายละ 1 คน ก็เรียกว่า การเล่นประเภทเดี่ยว   ถ้ามีฝ่ายละ  คน  เรียกว่า  การเล่นประเภทคู่  ก่อนเล่นทุกครั้งจะต้องมีการเสี่ยงก่อนโดยทั่วไปใช้วิธีโยนเหรียญ  ผู้ที่ชนะการเสี่ยงจะได้สิทธิ์เป็นฝ่ายได้ส่งลูกเล่นก่อน ผู้แพ้การเสี่ยงจะได้สิทธิ์เลือกแดน หลังจากการเสี่ยงเสร็จสิ้นแล้ว  ผู้เล่นที่ได้สิทธิ์ส่งลูกก่อนจะเป็นฝ่ายส่งลูกเล่นใน 2 คะแนนแรก แล้วเปลี่ยนให้ฝ่ายที่ได้สิทธิ์ส่งลูกทีหลังเป็นฝ่ายส่งใน 2  คะแนน ถัดไป ต่อจากนั้นก็จะผลัดกันส่งลูกฝ่ายละ 2  ครั้งจนกว่าจะจบเกมการเล่น ในการส่งลูก  ผู้ส่งจะต้องตีลูกให้ตกลงในแดนของตนเอง  ครั้งก่อน แล้วให้ลูกกระดอนข้ามตาข่ายไปลงยังแดนฝ่ายตรงข้าม  เมื่อลูกกระดอนขึ้นแล้ว  ฝ่ายตรงข้ามจึงจะตีโต้ลูกให้ข้ามตาข่ายกลับมายังแดนของผู้ส่งลูก  ทั้งสองฝ่ายจะโต้ลูกสลับกันไปมาจนกว่าลูกจะเสีย คือผู้เล่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถโต้ลูกได้อีก เช่นลูกติดตาข่าย หรือ ออกนอกโต๊ะ เป็นต้น
          การเล่นจะดำเนินต่อไปจนกว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะทำคะแนนได้ 11  คะแนนก่อน จะเป็นฝ่ายชนะในเกมนั้น ๆ  แต่ถ้าผู้เล่นทั้งสองฝ่ายทำคะแนนได้เท่ากันที่  10  คะแนน  จะต้องทำการ ดิวซ์ “  โดยผลัดกันส่งฝ่ายละ 1 ครั้ง  สลับกันไปจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะทำคะแนนได้  คะแนนติดต่อกัน จึงจะปรากฎผลแพ้ชนะกันในเกมนั้น  การแพ้ชนะกันในการแข่งขันถือเอาการชนะกัน


ประโยชน์ของการเล่นเทเบิลเทนนิส          
      เทเบิลเทนนิสเป็นกีฬาที่เล่นได้ทุกเพศทุกวัย อุปกรณ์การเล่นมีราคาไม่แพง หรืออาจใช้สิ่งหนึ่งสิ่งใดแทนอุปกรณ์การเล่นบางอย่างก็ได้  เช่นใช้โต๊ะกินข้าวแทนโต๊ะจริง  ใช้ไม้กระดานแทนไม้ตี  เป็นต้น  สถานที่เล่นก็จะเป็นที่ใดก็ได้ นอกจากนี้ยังเป็นเกมที่สนุกสนาน  และต้องใช้เทคนิคและชั้นเชิงการเล่นมาก จึงเป็นเกมที่ตื่นเต้นเร้าใจสำหรับทั้งผู้เล่นและผู้ดู ปัจจุบันจึงมีผู้นิยมเล่นกันมาก  แต่ผู้เล่นส่วนใหญ่อาจยังมองไม่เห็นประโยฃน์และคุณค่าอื่นใดของการเล่นนอกจากความสนุกสนานเพลิดเพลิน  แต่แท้ที่จริงแล้วเทเบิลเทนนิสมีคุณประโยชน์อยู่หลายประการดังนี้
1.   ประโยชน์ทางด้านร่างกาย  กีฬาทุกชนิดให้ประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น เนื่องจากในขณะเล่นนั้น ผู้เล่นต้องมีการออกกำลังกายโดยเคลื่อนไหวทุก ๆ ส่วนของร่างกายอยู่เสมอ แต่เทเบิลเทนนิสมีข้อแตกต่างจากกีฬาหลาย ๆ ประเภทคือ เป็นการออกกำลังกายอย่างเบา ๆ แต่สม่ำเสมอ  จึงไม่ทำให้เหนื่อยมากเกินไป  นอกจากนี้การเล่นเทเบิลเทนนิสจะทำให้แขน ขา ลำตัว และส่วนอื่นๆ ของร่างกายต้องเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ทำให้ได้ออกกำลังทุกส่วน ร่างกายจึงแข็งแรง กระปรี้กระเปร่า ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยง่าย  อีกประการหนึ่งคือ การเล่นเทเบิลเทนนิสเป็นการฝึกให้สายตา มือ เท้า มีความสัมพันธ์กันเป็นอย่างดีการประสานงานของร่างกายที่แคล่วคล่องว่องไวนี้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ เช่น การหลบหลีกอันตรายความคล่องแคล่วในการทำงานหรือประกอบกิจกรรมต่าง ๆ เป็นต้น
2.   ประโยชน์ทางด้านจิตใจและอารมณ์  การจะเล่นเทเบิลเทนนิสให้ได้ดีนั้น จำเป็นต้องมีสติดี  มีความเชื่อมั่นในตนเองและมีสมาธิแน่วแน่มั่นคง  ในการฝึกซ้อมก็ต้องอาศัยความตั้งใจ อดทนสูง  ดังนั้น จึงเท่ากับเป็นการฝึกให้ตนเองเป็นบุคคลที่มีสติ  อดทน เชื่อมั่นในตนเอง และมีสมาธิดี  ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ล้วนแต่มีประโยชน์ต่อตัวเราในการดำเนินชีวิตประจำวันทั้งสิ้น  นอกจากนี้ผู้เล่นกีฬาชนิดนี้ยังต้องฝึกตนเองให้อดทนอดกลั้นต่อความกดดันต่าง ๆ ในขณะเล่นหรือแข่งขันโดยในบางครั้งอาจตีลูกพลาดอย่างไม่น่าพลาด  อาจถูกยั่วโทสะจากคู่แข่งขันหรือผู้ชมที่เชียร์ฝ่ายตรงข้ามอยู่  เป็นต้น หากผู้เล่นไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเอง แสดงกิริยาอาการที่ไม่เหมาะสม เช่น ทุบโต๊ะ  ตีลูกทิ้งอย่างรุนแรงเกินกว่าเหตุ  กระทืบลูกปิงปอง หรืออาจเสียมารยาทถึงขั้นขว้างไม้ตีเทเบิลเทนนิสทิ้ง  ก็จะได้รับการตำหนิจากบุคคลที่พบเห็น หรือได้รับโทษตามกฎกติกาการแข่งขัน  จึงเท่ากับเป็นการดัดนิสัยให้รู้จักระงับอารมณ์ของตนเอง ไม่แสดงกิริยามารยาทที่ไม่ดีไม่งามออกมาอีก  ในที่สุดก็อาจกลายเป็นความเคยชินในการอดทนอดกลั้นได้แม้แต่เหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน
3.   ประโยชน์ทางด้านสังคม  การเล่นเทเบิลเทนนิสนี้แม้จะมีผู้เล่นเพียง  2 คนก็เพียงพอแล้วก็ตาม  แต่โดยทั่วไปในขณะที่คู่ใดคู่หนึ่งกำลังเล่นอยู่  มักจะต้องมีคนอื่น ๆ อีกหลายคนรอที่จะเล่นอยู่ด้วยเสมอ  ในกรณีที่ผู้แพ้ต้องออกให้ผู้อื่นเข้าเล่นแทน  เท่ากับเป็นการฝึกให้เกิดมารยาททางสังคมที่ดี มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ยอมรับในกฎกติกาที่ตั้งขึ้น รู้จักการต่อตามลำดับไม่เอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน ส่วนผู้เล่นที่ต้องการฝึกฝนอย่างจริงจังก็จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกชมรม สมาคม หรือทีมกีฬาของโรงเรียนและสถาบันการศึกษาต่างๆ ก็จะมีโอกาสได้พบปะรู้จักผู้คนมากขึ้น ก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีทั้งในหมู่คณะและต่างหมู่คณะ  เมื่อมีโอกาสได้ไปเข้าร่วมแข่งขันในนามตัวแทนของทีมที่ตนสังกัดอยู่ ทุกคนก็ยังต้องปฏิบัติตามระเบียบ กฎ กติกาการแข่งขันโดยเคร่งครัด  จึงเท่ากับเป็นการฝึกฝนตนเองให้เป็นคนมีระเบียบวินัยและเคารพในสิทธิของผู้อื่น ก่อให้เกิดความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา  รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย  ซึ่งหากในชีวิตประจำวันของทุกคนเป็นได้ดังนี้  สังคมก็จะเป็นระเบียบเรียบร้อย  บ้านเมืองก็สงบสุข  ประการสุดท้าย การเล่นเทเบิลเทนนิสนับเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ที่ดีเมื่อไม่ได้ปล่อยให้เวลาให้สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์  หรือนำเวลาว่างไปใช้ในทางอบายมุขต่าง ๆ เช่นเที่ยวเตร่  ดื่มสุรา ยาเสพติด  เล่นการพนัน ซึ่งล้วนแต่ก่อให้เกิดผลเสียต่อตนเอง  ครอบครัว  ตลอดจนประเทศชาติ  ก็เท่ากับได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นคนดีมีความรับผิดชอบ เป็นที่ยกย่องนับถือ เป็นเกียรติเป็นศรีแก่วงศ์ตระกูล  และเป็นกำลังสำคัญในอันที่จะช่วยพัฒนาชาติบ้านเมืองสืบไป

ความปลอดภัยในการเล่นเทเบิลเทนนิส 
การเล่นเทเบิลเทนนิสจะเกิดอันตรายน้อยที่สุดหรือไม่เกิดขึ้นเลยถ้าผู้เล่นปฏิบัติได้ดังนี้
1.   สถานที่ตั้งโต๊ะ ควรเป็นพื้นที่เรียบเสมอกัน ไม่ขัดมันจนลื่น ปราศจากหลุมบ่อสิ่งกีดขวางต่างๆ เช่น เสา สิ่งของหรือโต๊ะ เก้าอี้ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเล่นอยู่รอบ ๆ โต๊ะปิงปอง  และไม่มีแสงสว่างมากจนเกินไป
2.   การแต่งกายของผู้เล่นต้องรัดกุม  สะดวกต่อการเคลื่อนไหวมากที่สุด  รองเท้าควรเป็นพื้นยางไม่มีส้น ไม่ควรสวมสิ่งที่ไม่มีความจำเป็นลงเล่น  เช่น สายสร้อย  แหวน  นาฬิกาข้อมือ  กำไล  แว่นตา  ยกเว้นแว่นสายตา เป็นต้น
3.   ในขณะเล่น ถ้ามีเหงื่อออกที่ฝ่ามือมากอาจทำให้ด้ามไม้ตีลื่นและหลุดจากมือในขณะตีได้  ควรเช็ดให้แห้งทั้งที่ฝ่ามือและด้ามไม้ตี  ถ้าเหงื่อหยดลงเปียกที่พื้นโต๊ะก็ควรเช็ดให้แห้งก่อนที่จะเล่นต่อไป
4.   ก่อนการเล่นทุกครั้ง ควรบริหารกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ ของร่างกายให้เกิดความพร้อม เพื่อให้เกิดความตื่นตัวอันเป็นการป้องกันอันตรายจาการบาดเจ็บที่เกิดจากการเล่นกีฬา
5.   ในการเล่นประเภทคู่  ต้องทำการฝึกซ้อมทิศทางการเข้าออกให้คล่องเสียก่อน  เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการวิ่งชนกันเองในระหว่างการเล่น

การดูแลรักษาอุปกรณ์การเล่นเทเบิลเทนนิส 
          อุปกรณ์การเล่นเทเบิลเทนนิสควรได้รับการดูแลรักษาอย่างระมัดระวัง เพื่อประสิทธิภาพในการเล่น ความประหยัดและเป็นการปลูกฝังนิสัยรักความมีระเบียบวินัยให้กับผู้เล่น โดยมีหลักปฏิบัติดังนี้
1.   การดูแลรักษาไม้เทเบิลเทนนิส 
1.1  ควรเก็บไม้ไว้ในที่แห้ง ป้องกันความชื้น ถ้ามีถุงใส่ไม้ควรเก็บใส่ถุงและปิดให้สนิททุกครั้ง
1.2  ไม่ควรเก็บไม้ไว้ในที่ร้อนหรือตากแดด เพราะจะทำให้แผ่นยางหน้าไม้เสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร
1.3  ถ้าแผ่นยางหน้าไม้ลอกออก ควรใช้กาวยางทาเพื่อติดให้สนิททันที
1.4  ก่อนและหลังการเล่นทุกครั้ง  ควรทำความสะอาดไม้โดยเช็ดด้วยแอลกอฮอลล์
1.5  ถ้าแผ่นยางหน้าไม้เสื่อมคุณภาพควรเปลี่ยนใหม่
1.6  ไม่ควรให้ผู้อื่นนำไม้ของตนเองไปใช้ และไม่ควรใช้ไม้ของผู้อื่น
1.7  ไม่ควรวางสิ่งของหรือวัตถุหนัก ๆ ทับลงบนไม้เทเบิลเทนนิส
1.8  อย่าใช้ไม้เทเบิลเทนนิสเคาะหรือกระแทกกับโต๊ะ เพราะนอกจากจะทำให้ไม้เสียหายแล้วยังเป็นการเสียมารยาทในการเล่นอย่างมากด้วย
2.   การดูแลรักษาโต๊ะเทเบิลเทนนิส
2.1  ใช้ผ้าชุบน้ำบิดให้หมาดที่สุดเช็ดพื้นผิวหน้าโต๊ะ  แล้วเช็ดซ้ำทันทีด้วยผ้าแห้งให้สะอาดทุกวัน
2.2  หลังจากเลิกเล่นแล้วควรเก็บพับโต๊ะทุกครั้ง โดยหันด้านหน้าโต๊ะประกบกันเสมอ หากไม่พับเก็บควรมีผ้าคลุมโต๊ะเพื่อป้องกันฝุ่นและความชื้น
2.3  ไม่วางแก้วน้ำบนโต๊ะเทเบิลเทนนิส  หรือขึ้นไปนั่งบนโต๊ะ
2.4  เก็บโต๊ะไว้ในที่ร่ม อย่าให้ถูกแสงแดดหรือฝน
2.5  ไม่ควรนำโต๊ะเทเบิลเทนนิสไปใช้เพื่อกิจกรรมอื่น ๆ

มารยาทในการเป็นผู้เล่นและผู้ดูที่ดี 
1.    มารยาทในการเป็นผู้เล่น
1.1  เมื่อพบคู่แข่งขันควรทักทายด้วยการสวัสดี หรือจับมือกันตามแบบสากลนิยม
1.2  ไม่ใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพ  หรือถากถางล้อเลียนคู่แข่งขัน
1.3  ไม่ใช้ไม้เคาะโต๊ะ หรือทิ้งไม้
1.4  ก่อนส่งลูกควรรอให้คู่ต่อสู้พร้อมเสียก่อน
1.5  เคารพกฎ  กติกา  มารยาท ในการแข่งขันโดยเคร่งครัด  ไม่โต้เถียงผู้ตัดสิน
1.6  ควบคุมอารมณ์ของตนเองให้เป็นปกติ  ไม่ดีใจหรือเสียใจจนออกนอกหน้า
1.7  มีความซื่อสัตย์  ตรงต่อเวลา 
1.8  หากเล่นประเภทคู่ ควรชมเชยและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ไม่ควรตำหนิหรือกล่าวโทษ
2.   มารยาทในการเป็นผู้ดู
2.1  ให้เกียรติผู้เล่นทั้งสองฝ่ายด้วยการปรบมือทั้งก่อนและหลังจบการแข่งขัน
2.2  ไม่ส่งเสียงรบกวนหรือลุกจากที่นั่งบ่อย ๆ  เพราะจะทำให้ผู้เล่นเสียสมาธิ
2.3  มีใจเป็นธรรม  ไม่แสดงอาการเยาะเย้ยผู้เล่นฝ่ายใดทั้งสิ้น
2.4  ยอมรับและให้เกียรติในคำตัดสินของกรรมการผู้ตัดสิน
2.5  ผู้ชมที่ดีควรรู้กฎกติกาการแข่งขันอย่างถ่องแท้
2.6  เมื่อผู้เล่นฝ่ายใดทำได้ดีควรปรบมือให้ทั้งสองฝ่าย  ไม่ปรบมือให้เฉพาะเมื่อฝ่ายที่ตนเชียร์ทำได้ดีเท่านั้น
2.7  ไม่ควรปรบมือหรือแสดงอาการใด ๆ หากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำผิดพลาดและเสียคะแนนให้ฝ่ายที่เชียร์อยู่ 
2.8  การโห่ฮา  หรือขว้างปาสิ่งของลงในสนามแข่งขัน ไม่ควรกระทำโดยเด็ดขาด

กติกาเทเบิลเทนนิสล่าสุด>>>

      วิธีเล่นเทเบิลเทนนิสประเภทคู่>>>